การตรวจหาสาเหตุมีลูกยากในฝ่ายหญิงนั้นจะเป็นการตรวจประเมินความสมบูรณ์และการทำงานของระบบสืบพันธุ์ โดยแพทย์จะทำการตรวจประเมินการทำงานของรังไข่ ปริมาณไข่และระดับฮอร์โมน รวมถึงตรวจความผิดปกติของมดลูกและท่อนำไข่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตั้งครรภ์ หากพบความผิดปกติในส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากในฝ่ายหญิงได้
แพทย์จะสอบถามประวัติประจำเดือน รอบการตกไข่ ประวัติการตั้งครรภ์ การผ่าตัด โรคประจำตัว และปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยาก เพื่อใช้ประกอบการวางแผนตรวจเพิ่มเติม
ตรวจเลือดเพื่อประเมินฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรังไข่ เช่น FSH, AMH และ LH รวมถึงอาจตรวจฮอร์โมนอื่นตามความเหมาะสม เพื่อประเมินการทำงานของรังไข่ ปริมาณสำรองไข่ และความผิดปกติของการตกไข่
แพทย์จะใช้อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดเพื่อประเมิน มดลูก รังไข่ และจำนวนฟองไข่ (AFC) รวมถึงตรวจหาความผิดปกติ เช่น ถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือความผิดปกติอื่น ๆ ในอุ้งเชิงกราน
เป็นการฉีดสารทึบรังสีเข้าสู่โพรงมดลูกและถ่ายภาพเอกซเรย์ เพื่อดูรูปร่างของโพรงมดลูกและประเมินว่า ท่อนำไข่เปิดหรือมีการอุดตัน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนการรักษา
ในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ แพทย์อาจใช้กล้องขนาดเล็กส่องเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรง เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น ติ่งเนื้อ เนื้องอก พังผืด หรือผนังกั้นโพรงมดลูก
แพทย์จะนำผลตรวจทั้งหมดมาประเมินร่วมกัน เพื่อค้นหาปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น การกระตุ้นไข่, IUI, IVF หรือ ICSI
ปัญหาที่ไข่ไม่ตกออกจากรังไข่ ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ สังเกตได้จากรอบวันที่น้อยกว่า 21 วัน หรือมากกว่า 36 วัน ส่งผลให้มีโอกาสตั้งครรภ์น้อยลง
เช่น ท่อนำไข่ตีบตันที่ทำให้เกิดปัญหาการนำส่งไข่ หรืออาจมีการท้องนอกมดลูกได้ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงปัญหาท่อนำไข่อุดตันจากการอักเสบติดเชื้อ การผ่าอุ้งเชิงกราน และภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่อีกด้วย
เช่น การมีติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Endometrial polyp) เนื้องอกในโพรงมดลูก (Submucous Myoma) พังผืดในโพรงมดลูก (Intrauterine Adhesion) ก่อนรักษาภาวะมีลูกยากควรทำการผ่าตัดก่อน เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์
หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยในการตรวจภาวะมีบุตรยาก เนื่องจากมดลูกและรังไข่ทำงานผิดปกติ ฟองไข่ในรังไข่จึงสลายเร็ว หรือมีฟองไข่แต่ไม่สามารถสร้างฮอร์โมนได้ โดยจะพบภาวะนี้ได้บ่อยกับผู้หญิงในช่วงอายุ 45-50 ปี
ตรวจเพื่อดูการทำงานของรังไข่ว่ามีปัญหาหรือไม่ หากระดับฮอร์โมนต่ำกว่า 4 mIU/ml หมายถึงรังไข่มีขนาดเล็ก จะส่งผลให้มีลูกยาก
ตรวจเพื่อประเมินความสามารถในการทำงานของรังไข่ และประเมินหาภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Ploycystic Ovary Syndrome: POCS) รวมถึงยังช่วยประเมินหาภาวะรังไข่เสื่อมก่อนกำหนดที่เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มีลูกยาก
ตรวจเพื่อดูอัตราการกระตุ้นรังไข่ หากไม่มีฮอร์โมนชนิดนี้จะไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ในกรณีที่มีค่าของฮอร์โมน LH สูงเกินไปหรือต่ำเกินไป อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่ารังไข่หยุดทำงานก่อนวัยอันควร หรือเกิดภาวะรังไข่มีถุงน้ำหลายใบได้เช่นกัน
เพื่อตรวจดูลักษณะภายในมดลูกและปีกมดลูกว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยจะทราบความผิดปกติได้จากภาพเอกซเรย์ เช่น มีติ่งเนื้อภายในมดลูก มดลูกมีรูปร่างผิดปกติ หรือท่อรังไข่อุดตัน รวมไปถึงตรวจดูพังผืดบริเวณท่อนำไข่ที่เป็นสาเหตุของการมีบุตรยาก
เป็นวิธีที่จะช่วยให้แพทย์มองเห็นภายในโพรงมดลูกในฝ่ายหญิง เพื่อตรวจหาความผิดปกติ เช่น เนื้องอก ติ่งเนื้อภายในโพรงมดลูก หรือตรวจหาผนังกั้นในโพรงมดลูก เป็นต้น
เป็นการตรวจภาวะมีบุตรยาก เพื่อหาความผิดปกติของมดลูกและรังไข่ เช่น มะเร็งปากมดลูก ถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกรังไข่ เนื้องอกในมดลูก รวมถึงก้อนเนื้อภายในอุ้งเชิงกราน
เช่น การตรวจปัจจัยด้านปากมดลูก, การทำ Postcoital Test, การตรวจวัด Basal Body Temperature หรือ BBT Chart , การตรวจการทำงานของอสุจิหรือ Sperm Function Tests นั้นไม่มีหลักฐานว่ามีประโยชน์ต่อการดูแลรักษา จึงไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ทั้งนี้การตรวจมีบุตรยากในแต่ละวิธีจะมีราคาและใช้เทคนิคที่แตกต่างกันออกไป
โดยทั่วไป หากมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอโดยไม่ได้คุมกำเนิดและยังไม่ตั้งครรภ์ ควรเข้ารับการประเมินภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะเมื่อพยายามมีบุตรมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง หรือหากมีประจำเดือนผิดปกติ เคยมีปัญหาเกี่ยวกับมดลูกหรือท่อนำไข่ ควรปรึกษาแพทย์เร็วขึ้นเพื่อค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
การตรวจขึ้นอยู่กับประวัติและปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน โดยอาจประกอบด้วยการตรวจระดับฮอร์โมน เช่น FSH, LH และ AMH การอัลตราซาวนด์มดลูกและรังไข่ การตรวจท่อนำไข่และโพรงมดลูกด้วย HSG รวมถึงการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูกในกรณีที่แพทย์เห็นว่ามีความจำเป็น
AMH เป็นฮอร์โมนที่ใช้ช่วยประเมิน ปริมาณไข่คงเหลือในรังไข่ (Ovarian Reserve) จึงมีประโยชน์ในการประเมินการทำงานของรังไข่และวางแผนการรักษาภาวะมีบุตรยาก อย่างไรก็ตาม ค่า AMH ไม่สามารถใช้บอกคุณภาพไข่หรือยืนยันความสามารถในการตั้งครรภ์ได้เพียงอย่างเดียว
การอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด สามารถใช้ประเมินมดลูกและรังไข่ รวมถึงดูความผิดปกติ เช่น ถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกมดลูก หรือความผิดปกติภายในอุ้งเชิงกราน นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประเมินจำนวนถุงไข่ขนาดเล็กในรังไข่เพื่อช่วยประเมิน Ovarian Reserve ได้อีกด้วย
การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ อายุ ระยะเวลาที่พยายามมีบุตร และปัจจัยของทั้งคู่ แพทย์อาจพิจารณาตั้งแต่การรักษาด้วยยา การกระตุ้นไข่และ IUI ไปจนถึง IVF หรือ ICSI ตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี