ในปัจจุบัน มีวิธีที่ใช้ในการรักษาภาวะมีบุตรยากอยู่หลายวิธีด้วยกัน ซึ่งหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมคือการทำอิ๊กซี่ (ICSI) โดยวิธีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) โดยแพทย์จะพิจารณาให้คู่สมรสเข้ารับการทำ ICSI ในกรณีที่การทำ IVF ไม่ได้ผล เนื่องมาจากฝ่ายชายมีปัญหาด้านปริมาณอสุจิน้อย อสุจิไม่แข็งแรง หรือมีปัญหาในการหลั่งอสุจิ
การทำอิ๊กซี่ (ICSI) คืออะไร ?
การทำอิ๊กซี่ ICSI (Intracytoplasmic Sperm Injection) คือ เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์เพื่อการรักษาภาวะมีบุตรยาก ที่เป็นการคัดเลือกตัวอสุจิ (Sperm) ที่แข็งแรงที่สุด 1 ตัว นำมาผสมกับไข่ (Ovum) 1 ใบอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อให้เกิดเป็นตัวอ่อน (Blastocyst) โดยการใช้เข็มขนาดเล็กฉีดเข้าไปที่ไข่โดยตรง หลังจากที่ได้ตัวอ่อนแล้ว แพทย์จะนำตัวอ่อนที่ได้ไปเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการ จากนั้นจึงทำการย้ายตัวอ่อนเข้าไปที่โพรงมดลูก เพื่อให้เกิดการฝังตัว และเติบโตเป็นทารกที่สมบูรณ์ต่อไป
ขั้นตอนแรกของการทำอิ๊กซี่ แพทย์จะเริ่มจากการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย โดยแพทย์จะทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจวัดระดับฮอร์โมน และทำการตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อดูจำนวนฟองไข่ในเพศหญิง จากนั้นแพทย์จะนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อคำนวณปริมาณฮอร์โมนที่ต้องใช้ในการฉีดกระตุ้นรังไข่
เมื่อตรวจร่างกายแล้วพบว่าคู่สมรสพร้อมสำหรับการทำอิ๊กซี่ แพทย์จะเริ่มทำการกระตุ้นไข่ของฝ่ายหญิง ด้วยวิธีการฉีดยาฮอร์โมน เพื่อให้ไข่สุกพร้อมกันหลาย ๆ ใบ และช่วยให้ไข่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ
หลังจากการฉีดยาฮอร์โมนกระตุ้นไข่ แพทย์จะเริ่มทำการกระตุ้นไข่ของฝ่ายหญิง ด้วยวิธีการฉีดยาฮอร์โมน เพื่อให้ไข่สุกพร้อมกันหลายๆใบ และช่วยให้ไข่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ
เมื่อไข่โตเต็มที่ แพทย์จะเริ่มทำการเก็บไข่ภายใน 34-36 ชั่วโมง ด้วยการใช้ยาชาช่วยระงับความรู้สึก และลำเลียงเข็มบาง ๆ เข้าไปเจาะเก็บไข่ผ่านทางช่องคลอด โดยใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ช่วยในการบอกตำแหน่ง ซึ่งในขั้นตอนนี้ ฝ่ายหญิงไม่จำเป็นต้องนอนพักเพื่อเตรียมตัวในโรงพยาบาล มีเพียงการงดน้ำและงดอาหารก่อนเก็บไข่อย่างน้อย 6 ชั่วโมงเท่านั้น หลังการเก็บไข่เสร็จสิ้น สามารถกลับบ้านได้ทันที และแพทย์จะนำไข่ที่ได้ไปเก็บไว้ในห้องปฏิบัติการ เพื่อรอการผสมกับอสุจิของฝ่ายชายในขั้นตอนถัดไป
โดยปกติแล้ว การเก็บอสุจิของฝ่ายชาย สามารถทำได้ในวันเดียวกันกับฝ่ายหญิง โดยฝ่ายชายจะต้องงดการหลั่งน้ำอสุจิเป็นเวลา 2-3 วัน เมื่อถึงวันนัดหมาย แพทย์จะให้ฝ่ายชายทำการหลั่งน้ำอสุจิด้วยตัวเองลงในภาชนะปลอดเชื้อ จากนั้นอสุจิจะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการภายใน 60 นาที เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์คุณภาพ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์จะทำการคัดเลือกอสุจิตัวที่สมบูรณ์ที่สุด จากนั้นจะนำไปเติมสารอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงให้อสุจิแข็งแรงยิ่งขึ้น สำหรับฝ่ายชายที่ไม่สามารถหลั่งอสุจิเองได้ตามธรรมชาติ แพทย์จะพิจารณาให้ทำการเก็บอสุจิด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น วิธี PESA-TESE
เมื่อไข่และอสุจิพร้อมสำหรับการผสม แพทย์จะทำการคัดเลือกไข่ใบที่สมบูรณ์ 1 ใบ และฉีดอสุจิ 1 ตัวที่เตรียมไว้เข้าไปในไข่ เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ
เมื่อเกิดการปฏิสนธิ นักวิทยาศาสตร์จะทำการเลี้ยงตัวอ่อนที่ได้เป็นระยะเวลา 3-5 วัน ในห้องปฏิบัติการ โดยในระหว่างที่เลี้ยง แพทย์จะทำการตรวจสอบพัฒนาการของตัวอ่อนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าตัวอ่อนสามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์
การย้ายตัวอ่อนที่สมบูรณ์กลับเข้าสู่โพรงมดลูก สามารถทำได้ด้วย 2 วิธีดังนี้
ซึ่งทั้ง 2 วิธี ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ โดยประเมินจากความพร้อมทางร่างกายของฝ่ายหญิงเป็นหลัก หลังจากที่ทำการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกเสร็จสิ้น ภายใน 10 วัน แพทย์จะนัดหมายให้ฝ่ายหญิงเข้ามาตรวจการตั้งครรภ์อีกครั้ง ด้วยการตรวจเลือดวัดระดับฮอร์โมน หากพบว่าการตั้งครรภ์เป็นไปได้อย่างเรียบร้อยสมบูรณ์ ก็จะเข้าสู่ช่วงเวลาของการฝากครรภ์ และการตรวจติดตามพัฒนาการของทารกในครรภ์ เช่นเดียวกับการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติ
แม้ IVF และ ICSI จะอยู่ในกระบวนการรักษาภาวะมีบุตรยากเหมือนกัน แต่จุดแตกต่างสำคัญอยู่ที่วิธีการปฏิสนธิ โดย IVF จะนำไข่และอสุจิมาอยู่ร่วมกันเพื่อให้อสุจิเข้าปฏิสนธิกับไข่ด้วยตัวเอง ขณะที่ ICSI จะคัดเลือกอสุจิ 1 ตัวและฉีดเข้าสู่เซลล์ไข่โดยตรง จึงช่วยเพิ่มโอกาสให้เกิดการปฏิสนธิในกรณีที่มีปัจจัยด้านอสุจิ หรือเคยมีปัญหาปฏิสนธิจากการทำ IVF มาก่อน
หลายคนอาจเข้าใจว่าเมื่อเก็บไข่ได้จำนวนมาก จะต้องได้ตัวอ่อนจำนวนมากตามไปด้วย แต่ในความเป็นจริง จำนวนไข่จะค่อย ๆ ลดลงในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ไข่ที่มีความสมบูรณ์ การปฏิสนธิ การแบ่งเซลล์ ไปจนถึงการพัฒนาเป็นตัวอ่อนระยะบลาสโตซิสต์ ดังนั้นเป้าหมายของ ICSI จึงไม่ได้อยู่ที่การได้ไข่จำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาคุณภาพของไข่ อสุจิ และการพัฒนาของตัวอ่อนร่วมกัน
หลังการปฏิสนธิ ตัวอ่อนแต่ละใบอาจมีการเจริญเติบโตแตกต่างกัน บางตัวสามารถพัฒนาไปถึงระยะบลาสโตซิสต์ ขณะที่บางตัวอาจหยุดพัฒนาก่อนถึงระยะดังกล่าว แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ตัวอ่อนจึงต้องประเมินพัฒนาการและคุณภาพของตัวอ่อนก่อนตัดสินใจเลือกตัวอ่อนสำหรับการย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
แม้ ICSI จะช่วยแก้ปัญหาในขั้นตอนการปฏิสนธิได้ แต่โอกาสตั้งครรภ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการปฏิสนธิเพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นยังมีขั้นตอนสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาของตัวอ่อน คุณภาพเยื่อบุโพรงมดลูก ความพร้อมของร่างกายฝ่ายหญิง และปัจจัยด้านพันธุกรรมของตัวอ่อน ดังนั้นการวางแผนรักษาจึงควรพิจารณาภาพรวมของแต่ละคู่ ไม่ใช่ดูเฉพาะขั้นตอนการฉีดอสุจิเข้าไข่เท่านั้น
การทำอิ๊กซี่ ICSI เหมาะกับคู่สมรสที่มีเงื่อนไขดังนี้
การทำอิ๊กซี่ เป็นวิธีรักษาภาวะมีบุตรยากที่ช่วยให้คู่สมรสมีโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์สูงถึง 60-70% ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ แต่ทั้งนี้ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุของฝ่ายหญิง และความพร้อมของร่างกายฝ่ายหญิง ยิ่งฝ่ายหญิงมีอายุมากขึ้น โอกาสที่จะตั้งครรภ์สำเร็จก็จะน้อยลงตามไปด้วย
นอกจากปัจจัยต่าง ๆ แล้ว การเลือกโรงพยาบาลหรือคลินิกสำหรับการทำอิ๊กซี่ ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น หากคู่สมรสใดที่สนใจการทำอิ๊กซี่ สามารถปรึกษาได้ที่ VFC Center ศูนย์เฉพาะทางด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลเกี่ยวกับการรักษาผู้มีบุตรยากแห่งแรกของโลก (CCPC ) ภายใต้มาตรฐาน JCI โดยบริการของเราครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาและรักษาโดยสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงตัวอ่อน เราพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาภาวะมีบุตรยาก เพื่อให้คุณสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ได้อย่างที่ต้องการ
ความแตกต่างระหว่างการทำอิ๊กซี่และการทำ IVF อยู่ที่ขั้นตอนการปฏิสนธิ การทำ IVF ไข่และอสุจิจะถูกนำไปเตรียมในจานเพาะเลี้ยง เพื่อให้อสุจิว่ายไปผสมกับไข่ตามธรรมชาติ เหมาะในกรณีที่ฝ่ายชายมีอสุจิที่แข็งแรง และสามารถเจาะเปลือกไข่เข้าไปเองได้ การทำ ICSI แพทย์จะทำการฉีดอสุจิเข้าไปในไข่โดยตรง เหมาะกับกรณีที่ฝ่ายชายมีอสุจิไม่แข็งแรง หรืออสุจิมีปัญหาในการเคลื่อนที่
การทำอิ๊กซี่ใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ นับตั้งแต่การตรวจร่างกาย กระตุ้นไข่ เก็บไข่ เก็บอสุจิ ไปจนถึงการผสม และการย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูก
ขั้นตอนการตรวจภายในและการตรวจอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด คนไข้อาจรู้สึกแน่นในช่องคลอดขณะใส่เครื่องมือ แต่จะไม่เจ็บ และใช้เวลาไม่นาน (ไม่เกิน 5 นาที) ขั้นตอนการเก็บไข่ทางช่องคลอด เป็นหัตถการที่ทำภายใต้การดมยาสลบ ซึ่งในระหว่างที่แพทย์ทำการเก็บไข่ คนไข้จะหลับสนิท จึงไม่รู้สึกเจ็บ แต่หลังการเก็บไข่ คนไข้อาจรู้สึกหน่วงท้อง คล้ายกับการปวดประจำเดือน แต่อาการดังกล่าวจะหายไปเองได้ภายใน 1-2 วัน ขั้นตอนการฉีดยากระตุ้นไข่ คนไข้จะต้องฉีดยาเข้าที่ผนังหน้าท้องอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 8-12 วัน ด้วยเข็มฉีดยาขนาดเล็ก จึงอาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขณะที่ฉีด
ระหว่างกระบวนการทำอิ๊กซี่ สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่ต้องคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการตั้งครรภ์แฝด
การทำ ICSI ที่ VFC Center ราคาเริ่มต้นที่ 199,000 บาท เงื่อนไขเป็นไปตามที่โรงพยาบาลกำหนด รายละเอียดเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ Line : @vfccenter หรือ Facebook Page : https://www.facebook.com/vfcthailand/