

การทำ ICSI หรือ IVF หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในการตั้งครรภ์ คือการย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง โดยทั่วไปจะมีการย้ายตัวอ่อนสด (Fresh Transfer) ในรอบเดียวกับที่มีการกระตุ้นไข่ แต่ในปัจจุบันมีอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นั่นคือ การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง หรือ Frozen Embryo Transfer (FET) ซึ่งการเลือกแช่แข็งตัวอ่อนที่มีคุณภาพดีไว้ก่อน แล้วค่อยทำการย้ายในเวลาที่เหมาะสม สามารถช่วยลดภาวะความเสี่ยงบางประการ และยังเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย
การย้ายตัวอ่อนแช่แข็งเปิดโอกาสให้ทีมแพทย์สามารถวางแผนช่วงเวลาการย้ายตัวอ่อนได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น โดยสามารถเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกและติดตามการตอบสนองของร่างกายก่อนกำหนดวันย้ายตัวอ่อน ข้อมูลจากการติดตามเยื่อบุโพรงมดลูกและระดับฮอร์โมนจะถูกนำมาประกอบการวางแผน Timing ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ก่อนการย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง ตัวอ่อนจะผ่านกระบวนการ Thawing เพื่อเตรียมกลับเข้าสู่สภาวะที่เหมาะสมสำหรับการย้าย โดยทีม Embryology Laboratory จะประเมินตัวอ่อนหลังการละลายและเตรียมตัวอ่อนสำหรับขั้นตอนการย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก กระบวนการในห้องปฏิบัติการจึงเป็นอีกส่วนสำคัญของ FET
หนึ่งในจุดเด่นของ FET คือสามารถแยกช่วงเวลาการเก็บไข่และการย้ายตัวอ่อนออกจากกัน ทำให้ทีมแพทย์มีเวลาในการประเมินและเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนเข้าสู่รอบย้ายตัวอ่อน โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องการรอให้ระดับฮอร์โมนและสภาพแวดล้อมของมดลูกเหมาะสมก่อน
การแช่แข็งตัวอ่อนช่วยให้คู่สมรสสามารถเก็บตัวอ่อนไว้สำหรับการรักษาในอนาคตได้ ทำให้การมีบุตรไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการกระตุ้นไข่และเก็บไข่เสมอไป จึงสามารถนำมาประกอบการวางแผนครอบครัวและกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมกับความพร้อมของแต่ละครอบครัว
Frozen Embryo Transfer หรือ FET คือ กระบวนการย้ายตัวอ่อนที่ได้จากการปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการและนำไปแช่แข็งไว้ด้วยวิธีการแช่แข็งแบบผลึกแก้วหรือ Vitrification โดยนำตัวอ่อนแช่แข็งที่อยู่ในระยะ Blastocyst มาผ่านกระบวนการละลาย (Thawing) แล้วย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง กระบวนการนี้แตกต่างจากการย้ายตัวอ่อนรอบสดตรงที่ไม่จำเป็นต้องทำในรอบเดียวกับการกระตุ้นไข่และเก็บไข่ สามารถเลือกทำในช่วงเวลาที่ร่างกายพร้อมหรือคู่สมรสสะดวกได้ และมีอัตราประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ค่อนข้างสูงกว่าการย้ายตัวอ่อนในรอบสด
การย้ายตัวอ่อนด้วยวิธี Frozen Embryo Transfer มีข้อดีหลายด้านที่ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ ทั้งในเชิงสุขภาพร่างกาย ความแม่นยำของกระบวนการ และความยืดหยุ่นในการวางแผนครอบครัว สามารถสรุปให้เห็นภาพได้ ดังนี้
ส่วนใหญ่มักจะนิยมย้ายตัวอ่อนแบบ Frozen Embryo Transfer ในอีก 1-2 รอบเดือนหลังจากการเก็บไข่และปฏิสนธิ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ รวมทั้งเว้นระยะให้ฝ่ายหญิงดูแลสุขภาพให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาที่เหมาะสม แต่สามารถเลือกเลื่อนเวลาย้ายตัวอ่อนไปได้ตามความพร้อมของร่างกาย รวมถึงความเหมาะสมทางการแพทย์ หรือเพื่อให้เป็นไปตามแผนการมีบุตรของคู่สมรส
การย้ายตัวอ่อนแช่แข็งมีข้อดีหลายประการ ทั้งในแง่ของสุขภาพและการวางแผนครอบครัว จึงเหมาะกับทุกคู่สมรสที่ต้องการมีบุตรด้วยวิธี ICSI และ IVF โดยเฉพาะคู่สมรสที่มีข้อจำกัดเหล่านี้
FET หรือการย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง คือกระบวนการนำตัวอ่อนที่ผ่านการปฏิสนธิและแช่แข็งไว้ด้วยวิธี Vitrification มาละลาย (Thawing) และย้ายเข้าสู่โพรงมดลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องทำในรอบเดียวกับการกระตุ้นไข่และเก็บไข่
FET เป็นการย้ายตัวอ่อนที่ผ่านการแช่แข็งและละลายก่อนย้ายเข้าสู่โพรงมดลูก ทำให้สามารถเลือกช่วงเวลาย้ายตัวอ่อนได้ตามความพร้อมของร่างกายและการเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก ขณะที่ Fresh Embryo Transfer จะย้ายตัวอ่อนในรอบเดียวกับการกระตุ้นไข่และเก็บไข่
เหมาะสำหรับผู้ที่มีตัวอ่อนแช่แข็งและต้องการย้ายตัวอ่อนในรอบที่เหมาะสม รวมถึงผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกินไป (OHSS) ผู้ที่ต้องการพักฟื้นหลังการกระตุ้นไข่ หรือผู้ที่ไม่สามารถย้ายตัวอ่อนในรอบสดได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์
สามารถวางแผนทำ FET ได้เมื่อร่างกายมีความพร้อมและเยื่อบุโพรงมดลูกอยู่ในสภาวะเหมาะสม โดยระยะเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินรอบเดือน สุขภาพ และความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูกก่อนกำหนดวันย้ายตัวอ่อน
ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมาก และรับประทานยาหรือฮอร์โมนเพื่อเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
สามารถตรวจตัวอ่อนก่อนย้ายได้ในบางกรณี เช่น การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมหรือการตรวจความผิดปกติทางพันธุกรรมตามข้อบ่งชี้ โดยแพทย์จะพิจารณาประเภทการตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละคู่สมรสก่อนทำการย้ายตัวอ่อน