OUR SERVICE

การฝังตัวของตัวอ่อน ด้วย EmbryoGlue

กาวติดตัวอ่อน Embryo Glue ตัวช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวดีขึ้น

กาวติดตัวอ่อน Embryo Glue ตัวช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวดีขึ้น

Embryo Glue คือเทคโนโลยีช่วยเพิ่มโอกาสการฝังตัวของตัวอ่อนในกระบวนการ ICSI โดยใช้น้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนที่มีโปรตีน Hyaluronan ซึ่งเป็นสารที่พบในเยื่อบุโพรงมดลูกตามธรรมชาติ ช่วยเสริมแรงยึดเกาะระหว่างตัวอ่อนกับผนังมดลูก ทำให้ตัวอ่อนสามารถเกาะและฝังตัวได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่เคยย้ายตัวอ่อนไม่สำเร็จ ผู้ที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกบาง หรือผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป จึงถือเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

การทำเด็กหลอดแก้ว (ICSI) เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับคู่สมรสที่ประสบปัญหาภาวะมีบุตรยาก แต่ความสำเร็จของการตั้งครรภ์ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่การปฏิสนธิในห้องปฏิบัติการเพาะเลี้ยงตัวอ่อนเท่านั้น แต่ขั้นตอนการฝังตัวของตัวอ่อน หรือ ช่วงเวลาที่ตัวอ่อนเกาะกับผนังมดลูกอย่างสมบูรณ์ ก็มีบทบาทสำคัญต่อโอกาสตั้งครรภ์ด้วยเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถช่วยเพิ่มโอกาสให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ดีขึ้น หนึ่งในนั้นคือการใช้กาวติดตัวอ่อน Embryo Glue เพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์ให้มากขึ้น

ขั้นตอนการใช้ Embryo Glue ในการย้ายตัวอ่อน

Step 1: ประเมินและวางแผนการรักษา

แพทย์จะประเมินประวัติการรักษา คุณภาพตัวอ่อน ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาว่าการใช้ Embryo Glue เหมาะสมกับผู้รับการรักษาหรือไม่

Step 2: เพาะเลี้ยงและประเมินตัวอ่อน

หลังการปฏิสนธิด้วย IVF หรือ ICSI ตัวอ่อนจะได้รับการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการจนถึงระยะที่เหมาะสมสำหรับการย้ายตัวอ่อน โดยแพทย์และนักเพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะประเมินคุณภาพและเลือกตัวอ่อนตามแผนการรักษา

Step 3: เตรียม Embryo Glue

น้ำยา Embryo Transfer Medium ที่มี Hyaluronan ความเข้มข้นสูง (น้ำยา Embryo Glue) จะถูกเตรียมและบ่มปรับสภาพไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ได้สภาวะที่เหมาะสมที่สุดก่อนนำตัวอ่อนที่ได้รับการคัดเลือกย้ายลงในน้ำยาชนิดนี้ในวันย้ายตัวอ่อน

Step 4: แช่พักตัวอ่อนใน Embryo Glue

ตัวอ่อนจะถูกนำไปแช่พักในน้ำยา Embryo Glue ตามระยะเวลาที่กำหนดโดยห้องปฏิบัติการ เพื่อให้ตัวอ่อนปรับสภาพและเคลือบผิวด้วย Hyaluronan เพื่อเตรียมพร้อมจับกับตัวรับบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูก ช่วยให้ตัวอ่อนยึดเกาะและไม่เคลื่อนหลุดได้ง่ายในโพรงมดลูก

Step 5: ย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก

แพทย์จะใช้สายสวนขนาดเล็กนำตัวอ่อนที่อยู่ในน้ำยา Embryo Glue ผ่านปากมดลูกและปล่อยตัวอ่อนเข้าสู่ตำแหน่งที่เหมาะสมภายในโพรงมดลูก

Step 6: รอตัวอ่อนฝังตัวและติดตามผล

หลังการย้ายตัวอ่อน ตัวอ่อนจะเข้าสู่กระบวนการฝังตัวตามธรรมชาติ โดย Embryo Glue ไม่ได้ทำหน้าที่เป็น “กาว” ที่ยึดตัวอ่อนติดกับผนังมดลูกโดยตรง แต่เป็นน้ำยาที่มี Hyaluronan ซึ่งอาจช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวอ่อนกับเยื่อบุโพรงมดลูก และติดตามผลการตั้งครรภ์ตามคำแนะนำของแพทย์

Embryo Glue กับช่วงเวลาการฝังตัวของตัวอ่อน

การฝังตัวของตัวอ่อนเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยความสอดคล้องกันระหว่างระยะการพัฒนาของตัวอ่อนและความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก โดยหลังจากย้ายตัวอ่อนเข้าสู่โพรงมดลูก ตัวอ่อนจะต้องผ่านกระบวนการสัมผัสกับเยื่อบุโพรงมดลูก ก่อนที่จะเริ่มยึดเกาะและพัฒนาต่อไป

ในช่วงเวลานี้ **Hyaluronan** ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Embryo Glue มีบทบาทเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมบริเวณเยื่อบุโพรงมดลูกและกระบวนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวอ่อนกับเยื่อบุโพรงมดลูก จึงมีการนำ Hyaluronan มาเพิ่มในน้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนที่ใช้ในช่วงการย้ายตัวอ่อน เพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการสัมผัสระหว่างตัวอ่อนและเยื่อบุโพรงมดลูก

อย่างไรก็ตาม การฝังตัวของตัวอ่อนไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Embryo Glue เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพของตัวอ่อน ความพร้อมของเยื่อบุโพรงมดลูก อายุ สุขภาพของฝ่ายหญิง รวมถึงปัจจัยด้านพันธุกรรมของตัวอ่อน ดังนั้นการใช้ Embryo Glue จึงควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษาที่แพทย์ประเมินร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ

Embryo Glue ไม่ใช่ “กาว” ที่ติดตัวอ่อนกับผนังมดลูก

แม้จะเรียกว่า “กาวติดตัวอ่อน” แต่ Embryo Glue ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกาวที่ทำให้ตัวอ่อนติดอยู่กับผนังมดลูกโดยตรง ชื่อนี้ใช้เพื่ออธิบายบทบาทของน้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนที่มี Hyaluronan ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการยึดเกาะระหว่างตัวอ่อนกับเยื่อบุโพรงมดลูก

หลังการย้ายตัวอ่อน ตัวอ่อนยังคงต้องดำเนินกระบวนการฝังตัวตามธรรมชาติ การใช้ Embryo Glue จึงเป็นเพียงเทคโนโลยีเสริมในขั้นตอนการย้ายตัวอ่อน และไม่สามารถรับประกันได้ว่าตัวอ่อนจะฝังตัวหรือตั้งครรภ์สำเร็จในทุกกรณี

Embryo Glue กับการวางแผนย้ายตัวอ่อนแบบเฉพาะบุคคล

ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก แพทย์ไม่ได้พิจารณาเฉพาะคุณภาพของตัวอ่อนเท่านั้น แต่ยังต้องประเมินความพร้อมของมดลูกและปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจมีผลต่อการฝังตัวร่วมกัน การเลือกใช้ Embryo Glue จึงควรพิจารณาเป็นรายบุคคล และนำมาใช้ให้เหมาะสมกับแผนการรักษาและประวัติของผู้เข้ารับการรักษา

สำหรับผู้ที่เคยย้ายตัวอ่อนแล้วไม่ประสบความสำเร็จ การพิจารณาใช้เทคโนโลยีเสริมอย่าง Embryo Glue อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่แพทย์นำมาประกอบการวางแผนการรักษา โดยต้องพิจารณาร่วมกับสาเหตุอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการฝังตัวไม่สำเร็จ เพื่อให้การรักษามีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด

การฝังตัวของตัวอ่อน ด้วย EmbryoGlue

Embryo คืออะไร ?

เอ็มบริโอ (Embryo) คือ “ตัวอ่อน” ระยะเริ่มต้นหลังจากไข่ของเพศหญิงได้รับการปฏิสนธิกับอสุจิของฝ่ายชาย โดยในกระบวนการทำเด็กหลอดแก้ว นักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะนำไข่และอสุจิมาผสมกันในห้องปฏิบัติการจนเกิดเป็นเอ็มบริโอ จากนั้นจะเลี้ยงเอ็มบริโอให้เติบโตประมาณ 3-5 วัน ก่อนเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุดเพื่อนำไปย้ายกลับเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดการฝังตัวและพัฒนาเป็นการตั้งครรภ์ต่อไป

Embryo Glue คืออะไร ?

Embryo Glue หรือ “กาวติดตัวอ่อน” คือน้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนที่ผสมโปรตีน Hyaluronan (ไฮยาลูโรแนน) ซึ่งเป็นสารธรรมชาติที่พบได้ในเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาการฝังตัวของตัวอ่อน โดยโปรตีนชนิดนี้จะซึมเข้าไปในเปลือกของตัวอ่อน เพื่อสร้างแรงยึดระหว่างตัวอ่อนกับเยื่อบุโพรงมดลูกได้ดีขึ้น และยังทำหน้าที่เป็นแหล่งอาหารเสริมที่ช่วยให้ตัวอ่อนเจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้โอกาสตัวอ่อนฝังตัวและเกิดการตั้งครรภ์เพิ่มขึ้น

ข้อดีของการใช้ Embryo Glue ใส่ตัวอ่อน

การใช้ Embryo Glue ในกระบวนการย้ายตัวอ่อนมีข้อดีหลายประการ ได้แก่

  • เพิ่มการยึดเกาะตัวอ่อนกับผนังมดลูก ช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ดีและคงที่ ไม่เคลื่อนออกจากเยื่อบุโพรงมดลูก
  • เสริมความแข็งแรงให้ตัวอ่อน ด้วยคุณสมบัติเป็นแหล่งอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต
  • เพิ่มโอกาสสำเร็จในการตั้งครรภ์ ทำให้กระบวนการย้ายตัวอ่อนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ ไม่มีผลข้างเคียงต่อตัวอ่อนหรือมดลูก
Embryo Glue กาวติดตัวอ่อน ใช้ตอนไหน ?

Embryo Glue จะถูกใช้ในขั้นตอนการย้ายตัวอ่อน (Embryo Transfer) ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการทำ ICSI โดยตัวอ่อนที่ได้รับการปฏิสนธิแล้ว จะถูกเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการเป็นระยะเวลา 3-5 วัน จากนั้นนักวิทยาศาสตร์เพาะเลี้ยงตัวอ่อนจะคัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงและสมบูรณ์ที่สุด มาใส่ลงในน้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนที่ผสม Embryo Glue ประมาณ 30 นาที ก่อนย้ายตัวอ่อนกลับเข้าสู่โพรงมดลูกของฝ่ายหญิง เพื่อช่วยให้ตัวอ่อนฝังตัวได้ง่ายและเจริญเติบโตต่อไปตามธรรมชาติ

การใช้ Embryo Glue เหมาะกับใคร ?

Embryo Glue สามารถใช้ได้กับผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วยกระบวนการทำ IVF และ ICSI ทุกคน แต่จะเหมาะเป็นพิเศษกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฝังตัวอ่อนไม่สำเร็จ หรือมีโอกาสตั้งครรภ์ต่ำ เช่น

  • ผู้หญิงอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป มีโอกาสที่ตัวอ่อนฝังตัวได้ยากกว่าผู้หญิงอายุน้อย การใช้ Embryo Glue จะช่วยเพิ่มโอกาสให้การฝังตัวสำเร็จมากขึ้น
  • ผู้ที่เคยย้ายตัวอ่อนไม่สำเร็จมาก่อน สำหรับผู้ที่ผ่านการทำ ICSI มาแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ การใช้ Embryo Glue จะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในรอบถัดไปได้
  • ผู้ที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกบาง ภาวะนี้อาจทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถยึดเกาะได้อย่างมีประสิทธิภาพ Embryo Glue จะช่วยเพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างตัวอ่อนกับเยื่อบุโพรงมดลูก
  • ผู้ที่มีปัญหาภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายต่อต้านการฝังตัวของตัวอ่อน การใช้ Embryo Glue จะช่วยให้ตัวอ่อนสามารถเกาะและเจริญเติบโตได้ดีขึ้น

โดยทั่วไป การใช้ Embryo Glue จะช่วยให้ตัวอ่อนสามารถฝังตัวในผนังมดลูกได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้สำเร็จ จึงถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้ที่เคยทำ ICSI แล้วไม่ประสบความสำเร็จในรอบก่อนหน้า

แพ็กเกจ ICSI Lite

219,000​
บาท
แพ็กเกจสำหรับคู่สมรสมีบุตรยาก
  • เหมาะสำหรับคู่สมรสที่อายุไม่เกิน 35 ปี
ราคานี้เฉพาะคนไทยเท่านั้นและขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ตามบริษัทกำหนด

คำถามที่พบบ่อย

Embryo Glue คืออะไร แตกต่างจาก “กาว” ทั่วไปอย่างไร ?

Embryo Glue ไม่ใช่กาวในความหมายทั่วไป แต่เป็นน้ำยาเลี้ยงตัวอ่อนที่มีส่วนประกอบสำคัญคือสาร Hyaluronan ซึ่งช่วยเพิ่มการยึดเกาะของตัวอ่อนกับเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้โอกาสการฝังตัวสูงขึ้น ถือเป็นเทคโนโลยีชีวภาพเฉพาะทางที่ใช้ในการย้ายตัวอ่อนระหว่างกระบวนการ ICSI

Embryo Glue เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฝังตัวไม่สำเร็จ เช่น ผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป ผู้ที่เคยย้ายตัวอ่อนแล้วไม่สำเร็จ หรือผู้ที่มีเยื่อบุโพรงมดลูกบาง การใช้ Embryo Glue จะช่วยให้ตัวอ่อนมีโอกาสฝังตัวและเจริญเติบโตได้ดีขึ้น

ราคาของ Embryo Glue จะแตกต่างกันไปในแต่ละศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยาก โดยบางแห่งอาจรวมอยู่ในแพ็กเกจการทำ ICSI แล้ว แต่บางแห่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมประมาณ 5,000 – 15,000 บาท ทั้งนี้ควรสอบถามรายละเอียดกับคลินิกหรือศูนย์รักษาโดยตรงเพื่อความชัดเจนในเรื่องของราคา

Embryo Glue มีหน้าที่ช่วยให้ตัวอ่อนสามารถยึดเกาะกับผนังมดลูกได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญของการฝังตัว (Implantation) นอกจากนี้ ยังมีสารอาหารจำเป็นที่ช่วยบำรุงตัวอ่อนในช่วงเริ่มต้นของการเจริญเติบโต

ไม่จำเป็นต้องใช้ในทุกกรณี หากผู้หญิงอายุน้อย เยื่อบุโพรงมดลูกสมบูรณ์ และไม่เคยมีปัญหาเรื่องการฝังตัว การย้ายตัวอ่อนโดยไม่ใช้ Embryo Glue ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฝังตัวไม่สำเร็จ การใช้ Embryo Glue จะช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ให้สูงขึ้นได้