รู้จักภาวะน้ำในโพรงมดลูก
น้ำในโพรงมดลูก (Endometrial Cavity Fluid: ECF) คือ ภาวะที่พบของเหลวสะสมอยู่ในเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งปกติพื้นที่บริเวณนี้ควรแห้ง สะอาด และปลอดสิ่งรบกวน เพื่อให้ตัวอ่อนสามารถเกาะและฝังตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภาวะนี้อาจพบได้ชั่วคราว เช่น ในช่วงตกไข่ แต่หากพบในปริมาณมาก หรือพบในช่วงเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกเพื่อย้ายตัวอ่อน จะต้องตรวจหาสาเหตุและรักษาอย่างถูกวิธี เพราะมีผลต่ออัตราการตั้งครรภ์โดยตรงอาการที่พบ
ผู้ที่มีภาวะนี้อาจมีอาการน้อยหรือไม่แสดงอาการเลย โดยสัญญาณที่พบโดยทั่วไป ได้แก่- ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ หรือมาผิดปกติ
- ปวดท้องน้อยหรือหน่วงท้องน้อยเรื้อรัง
- มีตกขาวปริมาณมากผิดปกติ หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งบ่งชี้การติดเชื้อในโพรงมดลูกหรือปากมดลูก
แนวทางการวินิจฉัย
- อัลตราซาวนด์ช่องคลอด (TVS) : ใช้ตรวจดูปริมาณของเหลว ลักษณะเยื่อบุโพรงมดลูก และความผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้อง
- การฉีดสีท่อนำไข่ (HSG) : ใช้ประเมินว่าท่อนำไข่ตีบตันหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีต้องสงสัยว่าเกิดภาวะ Hydrosalpinx หรือท่อนำไข่บวมน้ำ
- การส่องกล้องโพรงมดลูก (Hysteroscopy) : เป็นวิธีที่เห็นความผิดปกติภายในโพรงมดลูกได้ชัดที่สุด รวมถึงสามารถรักษาอาการบางอย่างได้ในคราวเดียว เช่น พังผืดในโพรงมดลูก
น้ำในโพรงมดลูกเกิดจากสาเหตุใด ?
น้ำในโพรงมดลูกเกิดได้จากหลายสาเหตุ สำหรับสาเหตุที่พบโดยทั่วไป ได้แก่1. ท่อนำไข่บวมน้ำ (Hydrosalpinx)
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด ซึ่งภาวะของท่อนำไข่ที่อุดตันจะมีของเหลวสะสม และไหลย้อนกลับเข้ามาในโพรงมดลูก ทำให้เยื่อบุไม่พร้อมรับการฝังตัวของตัวอ่อน แม้จะรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำ ICSI ก็ตาม2. การอักเสบของเยื่อบุโพรงมดลูก (Endometritis)
เยื่อบุโพรงมดลูกอักเสบเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการอักเสบเรื้อรังภายในโพรงมดลูก ทำให้มีสารคัดหลั่งและน้ำสะสม เกิดเป็นของเหลวลักษณะขุ่นและมีน้ำค้างอยู่ในโพรงมดลูก3. ความผิดปกติของโครงสร้างโพรงมดลูก
โครงสร้างโพรงมดลูกที่ผิดปกติทำให้ของเหลวระบายออกลำบากและคั่งอยู่ในโพรงมดลูกมากขึ้น มีหลายรูปแบบ เช่น พังผืดในโพรงมดลูก เนื้องอกในโพรงมดลูก หรือมีแผลจากการผ่าตัดคลอด4. ผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- ฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงเกินไป ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกหนาและมีของเหลวคั่งอยู่
- ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่ำเกินไป ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกทำงานผิดปกติ จึงเกิดการคั่งของน้ำภายในโพรงมดลูกได้ง่ายขึ้น
- ผลข้างเคียงจากยากระตุ้นไข่หรือการเตรียมผนังมดลูกในรอบการทำ ICSI
ผลกระทบของน้ำในโพรงมดลูกต่อสุขภาพและการตั้งครรภ์
ภาวะน้ำในโพรงมดลูกส่งผลต่อสุขภาพของฝ่ายหญิง รวมทั้งโอกาสความสำเร็จในการตั้งครรภ์หลายประการ ทั้งในกรณีตั้งครรภ์ธรรมชาติและการทำ ICSI ดังนี้ผลต่อการฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูกจากการตั้งครรภ์ธรรมชาติ
ตัวอ่อนต้องการสภาพแวดล้อมที่แห้ง สะอาด และพร้อมสำหรับการเกาะติด การมีของเหลวในโพรงมดลูกทำให้ตัวอ่อนไม่สามารถฝังตัวได้ และอาจถูกดันออกจากโพรงมดลูก ทำให้การตั้งครรภ์ล้มเหลวผลต่ออัตราความสำเร็จในการทำ ICSI
หากพบน้ำในโพรงมดลูกในวันที่จะย้ายตัวอ่อน แพทย์จะถือว่าโพรงมดลูกไม่พร้อมต่อการฝังตัว และแนะนำให้เลื่อนการย้ายตัวอ่อน เพื่อรักษาให้โพรงมดลูกแห้งสนิทจากต้นเหตุ เพื่อเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ในรอบถัดไปผลต่อสุขภาพของมดลูกและความเสี่ยงการเกิดภาวะแท้ง
ภาวะน้ำในโพรงมดลูกที่เกิดจากการติดเชื้อหรือการอักเสบ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกเสื่อมคุณภาพ เกิดอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง หรือมีการอักเสบลุกลามไปยังอวัยวะสืบพันธุ์ส่วนอื่น ทำให้สุขภาพมดลูกอ่อนแอลง และมีความเสี่ยงต่อการแท้ง การติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์ และปัญหาการพัฒนาของตัวอ่อนสูงขึ้น มีน้ำในโพรงมดลูกสามารถทำ ICSI ได้ นัดปรึกษาสูตินรีแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์วิธีการรักษาเพื่อเตรียมตัวย้ายตัวอ่อนและตั้งครรภ์
เมื่อทราบผลกระทบของการมีน้ำในโพรงมดลูกแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่คู่สมรสที่กำลังวางแผนตั้งครรภ์ต้องเข้าใจ คือการรักษาและเตรียมโพรงมดลูกให้พร้อมที่สุดก่อนการย้ายตัวอ่อน ส่วนจะเลือกวิธีใดนั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นหลักการรักษาตามสาเหตุของน้ำในโพรงมดลูก
- ภาวะท่อนำไข่อุดตัน : ผ่าตัดตัดท่อนำไข่หรือผูกปิดท่อนำไข่ก่อนทำ ICSI
- ภาวะติดเชื้อหรืออาการอักเสบ : ให้ยาปฏิชีวนะตามเชื้อที่พบ
- พังผืดในโพรงมดลูก : ผ่าตัดส่องกล้องโพรงมดลูกเพื่อรักษาพังผืด
- ความผิดปกติของฮอร์โมน : แพทย์จะปรับโปรแกรมฮอร์โมนใหม่ เพื่อให้พร้อมสำหรับรอบย้ายตัวอ่อน
การดูดน้ำออกจากโพรงมดลูก (Endometrial Fluid Aspiration)
เป็นการใช้สายสวนผ่านปากมดลูกเพื่อดูดของเหลวออก ข้อดีคือช่วยให้มดลูกแห้งทันที แต่หากไม่ได้รักษาสาเหตุหลัก น้ำอาจกลับมาใหม่ภายในเวลาไม่นาน ดังนั้น วิธีนี้จึงมักใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ไม่ใช่การรักษาเดี่ยวการปรับสมดุลฮอร์โมนและเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก
- ปรับระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนให้เหมาะสม
- ใช้ยาช่วยให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีความหนาและแข็งแรง
- เลือกวิธีเตรียมผนังมดลูกที่เหมาะกับแต่ละคน
การดูแลสุขภาพก่อนย้ายตัวอ่อนและเตรียมตั้งครรภ์
- ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และบุหรี่
- รับประทานอาหารที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงผนังมดลูก เช่น วิตามินบี 6 แมกนีเซียม สังกะสี
- จัดการความเครียด เพราะฮอร์โมนความเครียดมีผลต่อรอบเดือนและการตกไข่