DNA Fragmentation

ตรวจหาอสุจิผิดปกติถึงระดับสารพันธุกรรม

DNA Fragmentation ตรวจหาอสุจิผิดปกติถึงระดับสารพันธุกรรม

การตั้งครรภ์อย่างราบรื่นและให้กำเนิดทารกน้อยที่สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงนั้น เกิดจากความพร้อมทางด้านร่างกายของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ดังนั้น แม้จะไม่ได้เป็นผู้อุ้มท้องและคลอดบุตร แต่ฝ่ายชายก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนวางแผนมีลูกเช่นกัน เพื่อลดความเสี่ยงของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับอสุจิผิดปกติ ที่อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ต่อทั้งแม่และเด็กระหว่างตั้งครรภ์ อีกทั้งปัญหานี้ยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ชายมีบุตรยากอีกด้วย

ขั้นตอนการตรวจหาความผิดปกติของ DNA ในอสุจิ

สำหรับขั้นตอนการตรวจหา DNA Fragmentation มีดังนี้
เตรียมตัวก่อนตรวจวิเคราะห์ DNA ในอสุจิ

ฝ่ายชายเก็บตัวอย่างน้ำอสุจิที่คลินิก โดยแนะนำให้งดหลั่ง 2-7 วันก่อนตรวจ เพื่อให้ได้ตัวอย่างที่เหมาะสมที่สุด

เก็บตัวอย่างน้ำเชื้อ

เก็บตัวอย่างน้ำเชื้อลงในภาชนะปลอดเชื้อที่ทางคลินิกจัดเตรียมให้ ในห้องส่วนตัวที่เป็นสัดส่วน

ตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ

ตัวอย่างจะถูกส่งเข้าห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาความเสียหายของสารพันธุกรรม

ประเมินค่าความเสียหายของ DNA

ผลตรวจจะบอกระดับความเสียหายของ DNA ในอสุจิ (DFI) ซึ่งหากสูงอาจสัมพันธ์กับคุณภาพตัวอ่อน โอกาสการฝังตัว และความเสี่ยงการแท้ง

วางแผนร่วมกับแพทย์

แพทย์จะนำผลมาประเมินร่วมกับประวัติ เพื่อแนะนำแนวทางที่เหมาะสม เช่น การปรับพฤติกรรม การดูแลด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ หรือเลือกเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ที่เหมาะกับคุณ

Sperm DNA Fragmentation กับคุณภาพอสุจิที่อาจมองไม่เห็นจากการตรวจทั่วไป

แม้ผล Semen Analysis จะสามารถใช้ประเมินจำนวน การเคลื่อนไหว และรูปร่างของอสุจิได้ แต่คุณภาพของสารพันธุกรรมภายในอสุจิเป็นอีกปัจจัยที่ไม่สามารถประเมินได้จากรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว Sperm DNA Fragmentation จึงเป็นข้อมูลอีกระดับที่ช่วยให้เห็นคุณภาพของอสุจิในด้านสารพันธุกรรม และอาจมีความสำคัญในผู้ชายบางกลุ่มที่ยังมีปัญหาด้านการเจริญพันธุ์แม้ผลตรวจพื้นฐานดูไม่ผิดปกติ

เมื่อ DNA ของอสุจิเสียหาย อาจส่งผลต่อกระบวนการสร้างตัวอ่อนอย่างไร?

ความสมบูรณ์ของ DNA ในอสุจิมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการปฏิสนธิและการพัฒนาของตัวอ่อน ความเสียหายของ DNA ในระดับที่สูงอาจเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นำมาพิจารณาเมื่อคู่สมรสมีปัญหาการตั้งครรภ์หรือมีประวัติแท้งซ้ำ การประเมินข้อมูลด้าน DNA จึงช่วยให้แพทย์มองเห็นปัจจัยของฝ่ายชายได้ละเอียดมากขึ้น

Oxidative Stress กับความเสียหายของ DNA อสุจิ

ภาวะ Oxidative Stress เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายของสารพันธุกรรมในอสุจิ เมื่อร่างกายมีอนุมูลอิสระมากเกินสมดุล อาจส่งผลต่อเซลล์อสุจิและ DNA ภายในได้ ปัจจัยในชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ แอลกอฮอล์ มลภาวะ ความเครียด และการสัมผัสความร้อน จึงเป็นสิ่งที่ฝ่ายชายควรให้ความสำคัญเมื่อวางแผนมีบุตร

อายุและ Sperm DNA

อายุของฝ่ายชายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สามารถนำมาพิจารณาเมื่อประเมินคุณภาพอสุจิ โดยเมื่ออายุมากขึ้นอาจพบการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพอสุจิ รวมถึงแนวโน้มของความเสียหายของ DNA ที่เพิ่มขึ้นในบางราย การประเมินสุขภาพอสุจิจึงควรมองทั้งคุณภาพพื้นฐานและปัจจัยด้านสารพันธุกรรมประกอบกัน

เมื่อพบ DNA Fragmentation สูง การดูแลฝ่ายชายควรเริ่มจากตรงไหน?

การพบความเสียหายของ DNA อสุจิเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนดูแลต่อไป โดยแพทย์อาจพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ Lifestyle และสุขภาพของฝ่ายชาย เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด การนอนหลับ ภาวะที่เกี่ยวข้องกับอุณหภูมิบริเวณอัณฑะ และปัจจัยทางสุขภาพอื่น ๆ ก่อนกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

DNA Fragmentation คืออะไร ?

DNA Fragmentation คือ การแตกหักของ DNA ในอสุจิ เป็นภาวะที่สารพันธุกรรมภายในหัวอสุจิเกิดความเสียหาย ส่งผลให้อสุจิผิดปกติ แม้จะไม่แสดงออกทางรูปร่างภายนอก แต่ DNA ภายในอาจได้รับความเสียหาย จึงต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยในห้องปฏิบัติการ ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการปฏิสนธิ ความสำเร็จในการตั้งครรภ์ และพัฒนาการของตัวอ่อนโดยตรง ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ได้แก่

  • ภาวะ Oxidative Stress จากการที่ร่างกายมีสารอนุมูลอิสระมากเกินไป เกิดจากการสูบบุหรี่ การสัมผัสสารพิษ หรือการอักเสบเรื้อรัง
  • อายุที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีแนวโน้มที่ DNA ของอสุจิจะเสียหายเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย
  • ภาวะหลอดเลือดดำขอดในถุงอัณฑะ (Varicocele) ทำให้อุณหภูมิในถุงอัณฑะสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้คุณภาพของอสุจิลดลง
  • ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความเครียด การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ การสัมผัสกับมลภาวะเป็นเวลานาน การติดเชื้อบางชนิด การสัมผัสความร้อน เช่น การวางโน้ตบุ๊กไว้บนตักเป็นเวลานาน หรือการขับขี่มอเตอร์ไซค์
วิธีตรวจ Sperm DNA Fragmentation ที่ผู้ชายมีบุตรยากควรรู้

การตรวจ Sperm DNA Fragmentation ของอสุจิ คือการตรวจวัดความเสียหายหรือการแตกหักของ DNA ภายในอสุจิ จึงช่วยวินิจฉัยสาเหตุของภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชายได้ละเอียดกว่าการตรวจน้ำอสุจิเพียงอย่างเดียว ส่วนการตรวจวัดการแตกหักของดีเอ็นเอในอสุจิ (Sperm DNA Fragmentation) โดยวิธี Sperm Chromatin Dispersion Test (SCD) เป็นวิธีการที่ใช้ประเมินคุณภาพของ DNA ในอสุจิ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากในเพศชาย โดยเฉพาะในกรณีที่ผลการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ (Semen Analysis) ที่เบื้องต้นดูเป็นปกติ แต่คู่สามีภรรยายังคงประสบปัญหาการมีบุตรยาก หรือมีการแท้งบุตรซ้ำซาก การตรวจ SCD Test อาศัยหลักการที่ว่า อสุจิที่มี DNA ที่สมบูรณ์ เมื่อผ่านกระบวนการทางเคมีบางอย่าง เช่น การนำโปรตีนออกจากหัวอสุจิ และการทำให้ DNA คลายตัว จะเกิดลักษณะที่เรียกว่า “รัศมี” (Halo) รอบ ๆ บริเวณหัวของอสุจิ ซึ่งเป็นลักษณะของการกระจายตัวของ DNA Loops ที่สมบูรณ์ ในทางตรงกันข้าม อสุจิที่มี DNA ที่แตกหักหรือไม่สมบูรณ์ จะไม่สามารถสร้างรัศมีดังกล่าวได้ หรืออาจสร้างได้น้อยมาก ทำให้สามารถแยกแยะอสุจิที่มี DNA ที่สมบูรณ์ออกจากอสุจิที่ DNA เสียหายได้โดยการสังเกตภายใต้กล้องจุลทรรศน์ จากนั้นนำผลการตรวจมาคำนวณเป็นดัชนีที่แสดงถึงสัดส่วนของอสุจิที่มีความเสียหายของสารพันธุกรรม (DNA) ในตัวอสุจิ หรือที่เรียกว่า Sperm DNA Fragmentation Index (DFI) การวัดเปอร์เซ็นต์ความเสียหายของอสุจิ หากมากกว่า 30% ถือว่ามีความเสียหายสูง ทำให้ลดโอกาสในการปฏิสนธิ ลดคุณภาพตัวอ่อนและการตั้งครรภ์ลดลง

แนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับฝ่ายชาย อสุจิผิดปกติก็มีลูกได้

สำหรับฝ่ายชายที่มีภาวะมีบุตรยาก นอกเหนือจากการพิจารณาแนวทางการรักษาทางการแพทย์แล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางประการและการปฏิบัติตามคำแนะนำที่เหมาะสม ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สามารถช่วยเสริมสร้างคุณภาพและเตรียมความพร้อมของอสุจิ เพื่อเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต
    พฤติกรรมในชีวิตประจำวันมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของอสุจิ หากคุณกำลังวางแผนมีบุตร แนะนำให้นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จัดการความเครียดให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และงดใช้สารเสพติดทุกชนิด
  2. รับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสารต้านอนุมูลอิสระ
    สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) มีบทบาทสำคัญในการปกป้องอสุจิจากความเสียหายของ DNA การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยสารเหล่านี้ เช่น หอยนางรม เนื้อแดง ไข่ ถั่ว ปลาแซลมอน ผักใบเขียว จึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะ DNA Fragmentation ได้อย่างมีนัยสำคัญ
  3. เว้นระยะการมีเพศสัมพันธ์อย่างเหมาะสม
    การมีเพศสัมพันธ์บ่อยเกินไปอาจทำให้ปริมาณอสุจิในแต่ละครั้งลดลง ขณะที่การงดนานเกินไปก็อาจทำให้อสุจิสะสมจนเสื่อมคุณภาพ โดยทั่วไปแนะนำให้เว้นระยะการมีเพศสัมพันธ์ 3-5 วันก่อนวันไข่ตกของฝ่ายหญิง เพื่อให้ได้น้ำเชื้อที่มีคุณภาพสูงสุด หรือหากมีการทำ IVF หรือ ICSI ควรเว้นช่วงเวลาการหลั่งอสุจิประมาณ 2-5 วันก่อนเก็บตัวอย่างน้ำเชื้อ การเตรียมความพร้อมอย่างเหมาะสมทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง จะช่วยให้การรักษาภาวะมีบุตรยากด้วยการทำ IVF และ ICSI มีโอกาสประสบความสำเร็จที่สูงขึ้น ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงการแท้งซ้ำ และเพิ่มโอกาสให้ลูกน้อยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง หากคุณกำลังวางแผนมีบุตรในเร็ว ๆ นี้ การตรวจประเมินสุขภาพอสุจิร่วมกับปฏิบัติตามคำแนะนำจากสูตินรีแพทย์อย่างเคร่งครัดคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด

แพ็กเกจตรวจสุขภาพคู่รักเบื้องต้น

3,900​
บาท
ประเมินความพร้อมก่อนมีบุตร เพื่อวางแผนการตั้งครรภ์อย่างมั่นใจ
  • เหมาะสำหรับคู่รักที่วางแผนมีบุตร
  • ตรวจสุขภาพพื้นฐานของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชาย
  • ค้นหาปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการมีบุตรตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
* ราคาค่าใช้จ่ายในการตรวจ และรักษาภาวะมีบุตรยาก อาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับการตรวจวินิจฉัยของแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

DNA Fragmentation ในอสุจิคืออะไร?

DNA Fragmentation คือภาวะที่สารพันธุกรรมภายในอสุจิเกิดความเสียหายหรือแตกหัก แม้อสุจิอาจมีรูปร่างและการเคลื่อนไหวที่ดูปกติ แต่ DNA ภายในอาจมีความผิดปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อการปฏิสนธิ คุณภาพตัวอ่อน และโอกาสตั้งครรภ์

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ภาวะ Oxidative Stress อายุที่เพิ่มขึ้น หลอดเลือดดำขอดในถุงอัณฑะ (Varicocele) การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด การสัมผัสมลภาวะหรือสารพิษ การติดเชื้อ และการสัมผัสความร้อนเป็นเวลานาน

อาจพิจารณาตรวจในผู้ชายที่มีภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะกรณีที่ผลตรวจน้ำเชื้อทั่วไปไม่พบความผิดปกติชัดเจนแต่ยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ รวมถึงคู่สมรสที่มีประวัติแท้งบุตรซ้ำ หรือมีปัญหาจากการรักษาภาวะมีบุตรยากในบางกรณี

การตรวจสามารถประเมินความเสียหายของ DNA ในอสุจิด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น Sperm Chromatin Dispersion Test (SCD) ซึ่งอาศัยลักษณะการกระจายตัวของ DNA หรือ “Halo” รอบหัวอสุจิ จากนั้นนำผลมาประเมินเป็นค่า Sperm DNA Fragmentation Index (DFI)

หากมีความเสียหายของ DNA ในอสุจิในระดับสูง อาจมีความเกี่ยวข้องกับโอกาสการปฏิสนธิ คุณภาพตัวอ่อน และผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม การแปลผลควรพิจารณาร่วมกับผลตรวจอื่นและปัจจัยของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง

ควรปรับพฤติกรรมที่อาจส่งผลต่อคุณภาพอสุจิ เช่น นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จัดการความเครียด หลีกเลี่ยงบุหรี่และแอลกอฮอล์ รวมถึงรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม