ความเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังการเก็บไข่
กระบวนการเก็บไข่เป็นส่วนหนึ่งของการทำ ICSI (Intra-Cytoplasmic Sperm Injection) หรือการฉีดอสุจิเข้าภายในไข่โดยตรง ก่อนจะคัดเลือกตัวอ่อนที่แข็งแรงที่สุดมาฝังในโพรงมดลูก แต่ก่อนที่จะถึงวันเก็บไข่ แพทย์จะให้ยากระตุ้นรังไข่ เพื่อให้ไข่เจริญเติบโตพร้อมกันหลายใบ เมื่อถึงระยะที่เหมาะสม แพทย์จะเจาะดูดไข่ออกจากถุงรังไข่โดยใช้เข็มขนาดเล็กผ่านช่องคลอด สำหรับขั้นตอนนี้อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน และมีผลต่อรอบเดือนในระยะสั้น รวมถึงยังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ดังนี้- ปวดท้องน้อยเล็กน้อย คล้ายปวดประจำเดือน
- มีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อยภายใน 24 ชั่วโมง
- ท้องอืด แน่นท้องเล็กน้อยจากการขยายของรังไข่
- อ่อนเพลีย หรือรู้สึกง่วงจากยาระงับความรู้สึก
เลือดออกหลังเก็บไข่ ถือว่าผิดปกติไหม ?
หลังการเก็บไข่ 24 ชั่วโมงแรก ฝ่ายหญิงอาจพบเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย ลักษณะเป็นเลือดจาง ๆ หรือสีน้ำตาลคล้ายประจำเดือนเก่า ซึ่งหลายคนอาจสับสนว่าเป็นประจำเดือนหลังเก็บไข่หรือไม่ อาการนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเกิดจากการสอดเครื่องมือในระหว่างทำหัตถการเพื่อทำการดูดไข่ออกจากรังไข่ เพื่อลดผลข้างเคียงจากการเก็บไข่ หลังกระบวนการเสร็จสิ้น คุณผู้หญิงควรปฏิบัติตัวตามแนวทางเหล่านี้- พักผ่อนมาก ๆ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหรือยกของหนักในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อลดอาการปวดท้องน้อย
- หากปวดท้องสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ทุก 4-6 ชั่วโมง ตามที่แพทย์สั่ง
- หากเลือดออกมากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1-2 ชั่วโมง หรือมีไข้สูง หน้ามืด ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันที
หลังเก็บไข่ ประจำเดือนเลื่อนไหม กี่วันจึงจะมีประจำเดือนมา ?
โดยทั่วไป หลังเก็บไข่แล้ว ฮอร์โมนเพศหญิงจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ “รอบเดือนสั้นลง” กว่าปกติเล็กน้อย และมักมีประจำเดือนภายใน 7-10 วันหลังเก็บไข่ หากไม่ได้มีการใส่ตัวอ่อนในรอบนั้น สาเหตุหลักที่ทำให้ประจำเดือนเลื่อนหลังเก็บไข่คือ หลังการเก็บไข่ รังไข่ไม่ได้สร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนต่อเนื่องเหมือนรอบธรรมชาติ ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกเร็วขึ้น ประจำเดือนจึงมาถี่ขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หากมีการย้ายตัวอ่อนสด (Fresh Transfer) แพทย์จะให้ยาฮอร์โมนพยุงเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งอาจทำให้ประจำเดือนมาช้ากว่าปกติประมาณ 2 สัปดาห์ หรือหากมีการตั้งครรภ์ ประจำเดือนจะไม่มาความแตกต่างระหว่างเลือดออกหลังเก็บไข่และประจำเดือนจริง
เลือดที่ออกหลังเก็บไข่กับการมีประจำเดือนหลังเก็บไข่มีความแตกต่างกันหลายประการ ได้แก่| เลือดออกหลังเก็บไข่ | ประจำเดือน | |
| สีและลักษณะของเลือด | สีแดงอ่อนหรือสีน้ำตาล | สีแดงเข้ม มีลิ่มเลือดปน |
| ปริมาณและระยะเวลาที่เป็น | ปริมาณน้อย หายไปเองได้ใน 1-2 วัน | ปริมาณมาก โดยปกติมีระยะเวลา 3-5 วัน |
| อาการร่วม | ปวดท้องน้อยเล็กน้อย หรือไม่ปวดเลย ร่วมกับอาการคัดเต้านมและคลื่นไส้ | ปวดหน่วงรุนแรงกว่า อ่อนเพลีย หงุดหงิดง่าย โดยรวมเรียกว่าอาการ PMS |
| สาเหตุ | ผลกระทบจากการทำหัตถการ และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน | เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกตามรอบเดือน |
อาการข้างเคียงหลังเก็บไข่ที่ควรพบแพทย์โดยด่วน
หลังเก็บไข่ ควรสังเกตอาการตัวเองอย่างใกล้ชิด และควรติดต่อแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้- เลือดออกมากหรือไม่หยุดภายใน 48 ชั่วโมง
- ปวดท้องรุนแรง ท้องอืดมาก คลื่นไส้ หายใจลำบาก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะรังไข่ถูกกระตุ้นเกิน
- ไม่มีประจำเดือนเกิน 3 สัปดาห์หลังเก็บไข่โดยไม่มีการใส่ตัวอ่อน
- มีไข้ หรือรู้สึกเจ็บแผลภายในมากผิดปกติ
การดูแลตัวเองให้ร่างกายฟื้นตัวหลังเก็บไข่
กระบวนการเก็บไข่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการทำ ICSI และการวางแผนตั้งครรภ์ ซึ่งหลังจากเก็บไข่แล้ว ฝ่ายหญิงควรดูแลร่างกายให้ฟื้นตัว เพื่อให้รอบเดือนกลับมาปกติและเตรียมพร้อมสำหรับการใส่ตัวอ่อนในรอบถัดไป- พักผ่อนให้เพียงพอ นอนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยลดอาการท้องอืดและล้างฮอร์โมนส่วนเกินออกจากร่างกาย
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีน ไขมันดี และผักผลไม้สด
- งดสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน
- จดบันทึกอาการหรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกายทุกวัน